04 Oct 2015

พิธีเจริญน้ำพระพุทธมนต์

พิธีเจริญน้ำพระพุทธมนต์

ข้อมูลพิธีการงานเช้าแบบไทย – หลั่งน้ำสังข์ (เจริญน้ำพระพุทธมนต์)

1. การจัดเตรียมขันหมาก (แต่งงาน)

ก่อนถึงกำหนดวันแต่งงาน พ่อแม่และผู้เป็นเฒ่าแก่ของฝ่ายชาย ต้องจัดเตรียมขันหมากเอก โท และบริวารขันหมากไว้ให้เรียบร้อย นิยมจัดหากันตามความสะดวกเหมาะสม เช่น เงินทอง สร้อยแหวนกำไล จะต้องจัดเตรียมเอาไว้ล่วงหน้าหลาย ๆ วัน ขนมนมเนยผลไม้จัดเตรียมไว้ก่อนวันงานสักสองวัน เพราะถ้าเก็บไว้นานอาจเน่าเสียได้ ส่วนต้นกล้วย ต้นอ้อยหมากพลูที่จะใช้ ก็ทำการเสาะหาหรือเจรจาขอตามไร่นาตามสวน หรือจากเพื่อนบ้านไว้เป็นการล่วงหน้า

2. การจัดขันหมากเอกและขันหมากโท ขันหมากเอก

จะจัดเป็นขันเดี่ยวหรือขันคู่ก็แล้วแต่ประเพณีนิยมของแต่ละท้อง ถิ่น ส่วนใหญ่มีขันใส่หมากพลู ขันใส่เงินทองหรือสินสอด ขันใส่สิ่งของอันเป็นมงคล เช่น ถั่ว งา ข้าวเปลือก ใบเงิน ใบทอง ฯลฯ ขันหมากเอกนี้นิยมจัดเป็นคู่ เวลายกขบวนแห่ขันหมากจะมีคนถือเป็นคู่ ๆ ดูสวยงาม และเป็นมงคลโดยถือเคล็ดจากคำว่า “คู่” นั่นเอง ขันหมากโท ได้แก่ พวกของที่ใช้เป็นอาหารและขนม รวมทั้งบริวารขันหมากอื่นๆ เช่น ต้นกล้วย ต้นอ้อย นิยมจัดเป็นคู่ๆ เช่นกัน มีการนำกระดาษสีแดงประดับตกแต่งให้สวยงาม

3.ขันหมากมาแล้ว

เมื่อใกล้ฤกษ์ยามยกขบวน ฝ่ายเจ้าบ่าวจะเริ่มจัดขบวน โดยเฒ่าแก่หรือพ่อสื่อแม่สื่อที่เป็นผู้มาเจรจาสู่ขอจะเดินนำหน้าเคียงคู่ไป กับเจ้าบ่าว ซึ่งถือพานธูปเทียนสำหรับใช้ ไหว้พ่อแม่ญาติผู้ใหญ่ของฝ่ายหญิง การจัดขบวนขันหมากไม่มีกำหนดตายตัว เพราะในแต่ท้องถิ่นอาจมีประเพณีนิยมแตกต่างกันไป
เริ่มเคลื่อนขบวนขันหมาก เมื่อจัดเตรียมขบวนขันหมากเป็นที่เรียบร้อยพร้อมเพรียงกันดีแล้ว ครั้นได้เวลาฤกษ์ดีมีชัยก็เริ่มเคลื่อนขบวนได้ ส่วนใหญ่จะมีการโห่และจุดประทัดกันเป็นที่สนุกสนาน บางทีมีการยิงปืนขึ้นฟ้าด้วย เพื่อใช้สัญญาณเสียงบอกให้ทางบ้านฝ่ายหญิงทราบ ว่าบัดนี้ขบวนขันหมากกำลังจะเคลื่อนไปทำพิธีแล้ว การเคลื่อนขบวนหากมีกลองยาวหรือแตรวงนำหน้า คนเฒ่าคนแก่และหนุ่มสาว ที่ไม่ได้มีหน้าที่ยกขันหมากและข้าวของ ก็จะออกมาร่ายรำกันเป็นที่สนุกสนานครื้นเครง
เสียงโห่และเสียงรับจะดังขึ้นเป็นระยะ ในช่วงนี้เพื่อนเจ้าสาวจะพาเจ้าสาวไปหลบในห้อง ส่วนผู้ที่มีหน้าที่กั้นประตูเงินประตูทอง และรับขันหมากก็เตรียมทำหน้าที่ของตน ดังนั้นเฒ่าแก่หรือเจ้าบ่าวจะต้องเตรียมเงินสดใส่ซองไว้จำนวนหนึ่ง เพื่อเป็นกุญแจสำหรับไขผ่านประตูหรือด่านต่าง ๆ ไปจนกว่าจะไปถึงตัวเจ้าสาว ส่วนใหญ่นิยมกั้นแค่ 3 ประตูคือ ประตูชัย ประตูเงิน ประตูทอง หรือ ประตูนาก ประตูเงิน ประตูทอง การให้ซองสำหรับขอผ่านประตูต่างๆ นั้น จะต้องให้ประตูละ 2 ซอง และใส่เงินเป็นจำนวนคู่ ไม่นิยมใส่เป็นจำนวนคี่ ซองสำหรับประตูทอง จะต้องใส่ให้มีมูลค่ามากกว่า 2 ประตูแรก สำหรับการจุดประทัดหรือยิงปืนให้สัญญาณนั้น นิยมจุดเมื่อเริ่มเคลื่อนขบวนครั้งหนึ่ง เมื่อมาถึงกลางทางอีกครั้งหนึ่ง ครั้นพอถึงเขตบ้านเจ้าสาวก็จุดอีกครั้งหนึ่ง บางทีทางฝ่ายเจ้าสาวก็มีการยิงปืนหรือจุดประทัดรับเช่นกัน

4.พานรับขันหมาก

พอขบวนขันหมากของเจ้าบ่าวมาถึงเขตบ้านแล้ว ฝ่ายเจ้าสาวจะจัดพานใส่หมากพลู สำหรับรับขันหมากเตรียมไว้ให้เฒ่าแก่ฝ่ายเจ้าบ่าว ซึ่งอาจใช้เด็กผู้หญิง แต่งตัวตามสวยงามหรือญาติผู้ใหญ่ฝ่ายเจ้าสาว ถือพานออกไปรับก็ได้ เป็นการแสดงความยินดีและให้เกียรติเฒ่าแก่ฝ่ายชาย เมื่อมีผู้นำพานรับขันหมากมามอบให้ เฒ่าแก่ฝ่ายชายจะหยิบหมากพลูที่จีบไว้เป็นคำ ๆเคี้ยวกินหรือหยิบไว้พอเป็นพิธี แล้วส่งพานคืนให้ พร้อมกับของชำร่วยหรือซองใส่เงิน ผู้ที่ถือขันหมากต้องไปยืนอยู่นอกเขตบ้าน เพราะต่อไปจะมีการปิดกั้นประตูเงินประตูทอง เมื่อรับพานคืนมาพร้อมของรางวัลแล้ว ผู้ทำหน้าที่รับขันหมากจะนำ ขบวนขันหมากเข้าสู่เขตบ้าน ในการรับขันหมาก นอกจากจะให้เด็กยกพานรับขันหมากแล้ว ผู้ใหญ่ฝ่ายเจ้าสาวก็จะออกมาให้การต้อนรับด้วย เพื่อเจรจาต้อนรับเฒ่าแก่ของฝ่ายเจ้าบ่าว พูดคุยกันในเรื่องอันเป็นมงคล เกี่ยวกับฤกษ์งามยามดีในวันนี้ บางทีหน้าที่โต้ตอบและจัดขบวนขันหมาก อาจใช้ผู้มีความรู้ในด้านนี้โดยเฉพาะคอยควบคุมเรียกว่า “นายขันหมาก” ส่วนเฒ่าแก่เป็นเพียงผู้ร่วมมาในขบวนขันหมาก และเป็นผู้ทำพิธีในฐานะผู้ใหญ่ของฝ่ายชาย

5.การนับสินสอดและสวมแหวนแต่งงาน (เริ่มพิธีตามฤกษ์)

พิธีนับสินสอดทองหมั้น นิยมจัดสถานที่เพื่อให้เป็นการสะดวกของคู่บ่าวสาว คือจัดเก้าอี้หรือเสื่อไว้ เมื่อพ่อแม่ของฝ่ายชายหรือหญิง ไปนั่งคู่กันในที่จัดไว้ เจ้าบ่าวเจ้าสาวซึ่งนั่งคู่กันอยู่ในฝั่งตรงข้าม เมื่อบ่าวสาว นั่งด้านหน้าของผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่าย ทางเถ้าแก่ฝ่ายชาย จึงทำการแจกแจงสินสอดทองหมั้น โดยแจ้งความประสงค์ของฝ่ายชายที่จะมาสู่ขอฝ่ายหญิง เมื่อฝ่ายเจ้าสาวได้ตกลงตามนั้น คุณแม่และคุณพ่อเจ้าสาวก็ทำการโรยสินสอดทองหมั้น ด้วยดอกไม้มงคล ซึ่งประกอบด้วย ดอกรัก ดอกบานไม่รู้โรย ถั่ว งา ดอกดาวเรือง เพื่อความเจริญงอกงามเหมือนถั่ว งา เจริญรุ่งเรืองเหมือนดอกดาวเรือง และมีความรักยืนยาวเหมือนดอกบานไม่รู้โรย แล้วคุณแม่เจ้าสาวก็ยกขึ้นแบกขึ้นบ่า เป็นความหมายว่าสินสอดทองหมันนั้นงอกเงย จนต้องยกแบกเก็บ หลังจากแจกแจงสินสอดทองหมั้นแล้วบ่าวสาวทำการสวมของหมั้น ,สวมแหวนแต่งงาน

6.พิธีรับไหว้

ในการทำพิธีรับไหว้นั้น นิยมจัดสถานที่เพื่อให้เป็นการสะดวกของคู่บ่าวสาว คือจัดเก้าอี้หรือเสื่อไว้ เมื่อพ่อแม่ของฝ่ายชายหรือหญิง ไปนั่งคู่กันในที่จัดไว้ เจ้าบ่าวเจ้าสาวซึ่งนั่งคู่กันอยู่ในฝั่งตรงข้าม จะกราบลงพร้อมกันที่หมอน 1 ครั้ง (กราบโดยไม่ต้องแบมือ) แล้วส่งพานดอกไม้ธูปเทียนให้ พ่อแม่ยื่นมือไปรับ กล่าวให้ศีลให้พรหรืออวยพร ให้ชีวิตคู่ของลูกทั้งสองประสบแต่ความสุขความเจริญ แล้วจึงหยิบเงินรับไหว้ใส่ลงในพาน หยิบด้ายมงคลหรือสายสิญจน์เส้นเล็ก ๆ ผูกข้อมือให้คู่บ่าวสาวเป็นการรับขวัญ

7.พิธีร่วมทำบุญตักบาตรของคู่บ่าวสาว

ธรรมเนียมไทยนั้น เมื่อทำพิธีหรืองานมงคลใดๆ ก็ตามย่อมต้องมีการทำบุญสร้างกุศลมาเกี่ยวข้องด้วยเสมอ เพื่อความเป็นสิริมงคล สำหรับพิธีร่วมกันทำบุญตักบาตรของคู่บ่าวสาวนั้น นิยมกระทำกันหลังจากทำพิธีรับไหว้เสร็จเรียบร้อยแล้ว คือเจ้าภาพจะนิมนต์พระมาสวดเจริญพุทธมนต์ และรับอาหารบิณฑบาต พระสงฆ์เจริญพระพุทธมนต์หรืออาสนสงฆ์ จัดให้อยู่ทางซ้ายของโต๊ะบูชาหรือโต๊ะหมู่บูชา และจัดให้พอกับจำนวนพระสงฆ์ที่นิมนต์ ซึ่งแต่ก่อนนิยมนิมนต์เป็นคู่เช่น 4 องค์ 8 องค์ ปัจจุบันนิยม 9 องค์ เพราะคนไทยเชื่อถือเกี่ยวกับเลข 9 ว่าเป็นเลขมงคล หมายถึงความเจริญรุ่งเรืองก้าวหน้า โดยนับพระประธานด้วยเป็น 10 องค์ครบคู่พอดีโต๊ะบูชาหรือโต๊ะหมู่บูชา ซึ่งเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปและเครื่องสักการะ ควรตั้งให้หันหน้าไปทางทิศตะวันออกหรือทิศเหนือ ไม่นิยมตั้งหันหน้าไปทางทิศตะวันตก หรือทิศใต้ แต่ถ้ากล่าวตามหลักพระพุทธศาสนา ซึ่งไม่ถือเรื่องโชคลางจะหันหน้าไปทางทิศไหนก็ได้สุดแต่สะดวก ในการทำพิธีสวดเจริญพระพุทธมนต์ทั่วไปนั้น เจ้าภาพจะทำหน้าที่จุดธูปเทียนบูชาพระ แต่ในงานมงคลสมรสมักนิยมให้คู่บ่าวสาว เพราะถือว่าเป็นผู้ที่สำคัญที่สุดในงาน รวมไปจนถึงการถวายขันและเทียนเพื่อให้พระทำน้ำพระพุทธมนต์ เจ้าภาพจะมอบให้คู่บ่าวสาวเป็นผู้ถวายก็ได้ น้ำพระพุทธมนต์นี้จะนำมาเป็นน้ำสังข์สำหรับหลั่งในพิธีรดน้ำต่อไป

8. พิธีหลั่งน้ำสังข์

พิธีรดน้ำหรือหลั่งน้ำสังข์นี้ จะกระทำหลังจากคู่บ่าวสาวร่วมทำบุญตักบาตร ฟังพระสวดพุทธมนต์ และถวายจตุปัจจัยไทยธรรม เมื่อพระฉันภัตตาหารเสร็จแล้ว เมื่อถึงฤกษ์รดน้ำสังข์ พระสงฆ์ผู้เป็นประธาน จะทำการเจิมให้แก่คู่บ่าว ฝ่ายชายนั้นพระสามารถเจิมที่หน้าผากเป็นจุดแต้ม 3 จุดได้โดยตรง แต่สำหรับฝ่ายหญิง พระท่านอาจจับมือฝ่ายชายจุ่มแป้งเจิม แล้วจับไปเจิมหน้าผากให้เจ้าสาวของตน เพราะท่านไม่สามารถถูกเนื้อต้องตัวผู้หญิงได้ หลังจากทำพิธีเจิมเสร็จ จึงทำมงคลแฝดสวม (เพื่อความสะดวกบางคู่ได้ทำบุตรตักบาตรและเจริญน้ำพุทธมนต์ ก่อนล่วงหน้า โดยที่มงคลแฝดมักจะให้บิดาหรือมารดา เป็นผู้สวมให้ในวันรดน้ำสังข์) ให้คู่บ่าวสาวคนละข้าง มีสายโยงห่างกันราว 2 ศอกเศษ เพื่อความสะดวกส่วนปลายของมงคล จะโยงมาพันที่บาตรน้ำมนต์ และหางสายสิญจน์พระสงฆ์จะส่งกันไปโดยจับเส้นไว้ในมือ จนถึงองค์สุดท้าย ก็วางกลุ่มด้ายสายสิญจน์ไว้ในพาน หากเป็นการรดน้ำตอนเย็นเหมือนที่นิยมจัดกันสมัยนี้ จะมีเพียงมงคลแฝดไม่มีสายโยง แต่ธรรมเนียมสมัยก่อน จะต้องมีสายโยงไปที่บาตรน้ำมนต์และพระสงฆ์ ด้วย เพื่อให้ท่านได้สวดเจริญพระพุทธมนต์ ในขณะที่ทำพิธีมงคลรดน้ำหรือหลั่งน้ำสังข์ คู่บ่าวสาวต้องไปนั่งในที่จัดไว้ มีหมอนสำหรับรองมือและพานรับน้ำสังข์ ส่วนเพื่อนเจ้าบ่าวก็ไปยืนให้กำลังใจอยู่เบื้องหลัง ญาติผู้ใหญ่ก็ทยอยกันมารดน้ำอวยพรตามลำดับ เกี่ยวกับเพื่อนเจ้าบ่าวเจ้าสาวน ี้มีคติความเชื่อกันว่า ควรเลือกคนที่มีอายุน้อยหรือใกล้เคียง กับคู่บ่าวสาวและอยู่ในช่วงที่ใกล้หรือมีโครงการจะแต่งงานเร็ว ๆ นี้

9.พิธีส่งตัวเข้าห้องหอ

ทางฝ่ายเจ้าสาวก็ต้องจัดที่นอน หมอนมุ้ง เครื่องปูตกแต่งอื่นๆ แล้วเชิญผู้ใหญ่ คู่ผัว-เมีย ให้เข้าไปทำพิธีปูที่นอนเรียงหมอนให้ ส่วนผู้ใหญ่ที่จะมาเป็นคนปูที่นอนให้ไม่ใช่ใครก็ได้ แต่ต้องเลือกเอาคู่ที่อยู่ด้วยกันมานมนาน ด้วยความผาสุกสวัสดี ไม่เคยทะเลาะวิวาทกัน เป็นผู้เจริญด้วยทรัพย์สิน และเกียรติยศพอสมควร พูดง่ายๆ ก็คือเป็นผู้ที่ใครๆ ก็ให้ความนับหน้าถือตานั่นล่ะ อาจจะเป็นญาติหรือไม่ใช่ญาติก็ได้ แต่ขอให้มีคุณสมบัติตามที่กล่าวมาก็พอ (ปัจจุบันส่วนใหญ่จะให้คุณพ่อ คุณแม่ของทั้งสองฝ่ายเป็นทำพิธีส่งตัวเข้าห้องหอ )
จากนั้นในพิธีปูที่นอน ผู้ที่ทำพิธียังต้องเตรียมข้าวของสำหรับเข้าพิธีอย่าง ฟักเขียวลูกหนึ่ง หม้อใหม่ใส่น้ำหนึ่งและถั่วงา รวมอยู่กับทุนสินสอดวางไว้บนพานหนึ่ง นำไปวางไว้ข้างที่นอน เป็นเครื่องหมายสำหรับการอำนวยพร ว่าให้คู่บ่าวมีใจเย็นเหมือนน้ำกับฟัก มีน้ำใจหนักแน่นดั่งหม้อที่ใส่น้ำจนเต็ม มีแต่ความเจริญวัฒนาเหมือนถั่วงา แล้วผู้ใหญ่ฝ่ายเจ้าบ่าวและเจ้าสาว ก็จัดแจงวางหมอนหนุนศีรษะครั้นแล้วผู้ใหญ่คู่ที่ได้รับเชิญ มาจัดทำพิธีนี้ก็ลงนอนก่อนเป็นปฐมฤกษ์ ให้หญิงนอนซ้าย ผู้ชายนอนขวา ในขณะเดียวกันผู้ใหญ่ทั้งสองท่าน ก็ต้องพูดคุยกันด้วยคำอันเป็นศิริมงคล ประมาณว่าอวยพรให้คู่บ่าว-สาวอยู่กันอย่างมีความสุข จากนั้นเป็นอันเสร็จพิธีเรียงหมอน
เกร็ดสำคัญของ “พิธีปูที่นอน” ก็อยู่ตรงที่ผู้ที่ได้รับเชิญให้มาปูที่นอนนั้น ต้องเป็นผู้ที่ได้รับเลือกจากพ่อแม่ของเจ้าบ่าวและเจ้าสาว เนื่องจากเป็นผู้ที่รักเคารพ เป็นตัวอย่างที่ดี เพื่อเป็นศิริมงคลของคู่บ่าวสาวต่อไปในอนาคต ซึ่งการปูที่นอนนี้ไม่ได้หมายความว่า ให้มาปูที่นอนเพื่อเป็นพิธีว่าคู่บ่าว-สาวไม่ต้องปูที่นอนเอง หรือมีผู้อื่นปูให้ต่อไปจะได้สบาย หรือมีคนใช้มาปูที่นอนให้ แต่การปูที่นอนนี้ ทางเจ้าบ่าวเจ้าสาวจะจัดปูที่นอนไว้ค่อนข้างเรียบร้อยก่อนแล้ว ที่เหลือเพียงแต่ให้ผู้ได้รับการเลือก ให้มาเป็นผู้ปูที่นอน ช่วยจัดให้เข้าที่เข้าทาง เช่นเลื่อนที่นอนให้เข้ามุม ดึงผ้าปูที่นอนให้เรียบตึง จัดวางหมอนหนุน หมอนข้างให้เหมาะสม

จัดเตรียมอุปกรณ์ส่งตัว

– ข้าวตอกดอกไม้ จำนวน 1 พาน
– อุปกรณ์สำหรับวางส่งตัว ได้แก่ ไม้เท้า ฟักเขียว หินบดยา แมวเครา
– น้ำมนต์ สำหรับพรมที่นอน
– จัดดอกไม้โรยรูปหัวใจบนที่นอนบ่าวสาว


Chormuang Wedding planner