04 Oct 2015

พิธีจีน

พิธีจีน

ลำดับการพิธีแต่งงานตามประเพณีจีน
ดูฤกษ์ยามดี

ไม่ว่าจีนหรือไทยเมื่อจะเริ่มต้นเรื่องมงคลทั้งที ฤกษ์ยามมงคลเป็นเรื่องที่ขาดไม่ได้ เพราะลำดับขั้นของคนจีนเริ่มจากการสู่ขอเหมือนของคนไทย แล้วให้ผู้ใหญ่ฝ่ายชายเอาดวงของทั้งค ู่รวมถึงดวงของพ่อแม่ทั้งสองฝ่ายให้ ซินแสทำการ “ซึ้งเมี้ย” (ผูกดวง) เมื่อได้ฤกษ์ยามดีมาแล้ว ฝ่ายชายจะทำการ “ทงใจ๋” คือส่งข่าวรายละเอียดให้ฝ่ายหญิงทราบ ว่าต้องตัดผม ตัดชุดแต่งงาน วันไหนเวลาอะไร เพราะดวงที่ซินแสให้มานั้น จะระบุละเอียดตั้งแต่ฤกษ์แต่งงาน ฤกษ์แต่งหน้าทำผม ฤกษ์ตัดชุด ฤกษ์เข้าหอ และบางครั้งจะมีฤกษ์คลอดลูกมาให้เสร็จสรรพ

เจ้าสาว-เตรียมของออกเรือน

เพื่อไม่ให้ฝ่ายเจ้าบ่าวว่าได้ว่าเจ้าสาวมาแต่ตัว ต้องมีของติดมือไปบ้างตามฐานะ ที่ขาดไม่ได้คือเอี๊ยมแต่งงาน ทำจากผ้าแพรสีแดง ตรงกลางเป็นกระเป๋าปักตัวหนังสือ “แป๊ะนี้ไห่เล่า” แปลว่าอยู่กินกันเป็น 100 ปี ในกระเป๋าใส่ “โหงวเจ๋งจี้” เมล็ดพืช 5 อย่าง ข้าวเปลือก ข้าวสาร ข้าวเหนียวแดง เมล็ดถั่วเขียว เมล็ดถั่วแดง ห่อกระดาษแดงเสียบปิ่นทอง มีต้นชุงเฉ้า (หน้าตาเหมือนต้นกุยฉ่าย) 2 ต้นเสียบให้ปลายโผล่ขึ้นมา
หากเจ้าสาวมีฐานะดีจะผูกเอี๊ยมด้วยสร้อยคอทองคำ (คุณจิตราแนะนำว่าเศรษฐกิจอย่างปัจจุบันนี้ ใช้ทองปลอมก็ได้ ไม่มีใครว่า) หนัก 4 บาท เพราะเลข 4 เป็นเลขดีออกเสียงพ้องกับคำว่า “สี่” แปลว่าดี ส่วนความหมายของของในเอี๊ยม เป็นเคล็ดให้มีลูกมีหลานสืบสกุล มีความเจริญก้าวหน้า นอกจากนี้ ต้องมีของใช้ส่วนตัวของเจ้าสาวติดมือไปด้วย อาทิ กะละมัง ถังน้ำ กระป๋องน้ำ สีแดงอย่างละ 2 ใบ กระโถน 1 ใบ กระจก กรรไกร ด้าย เข็ม ตะเกียบ ชุดน้ำชา เครื่องนอน (หมอนหนุน หมอข้าง ผ้าปูที่นอน ผ้าห่ม) หวี 4 เล่ม “ซี้ซี้อู่หอซิว” แปลว่าทุกๆ เวลาจะมีทรัพย์ และที่สำคัญต้องมีพัดแดงไว้ถือตอนส่งตัว

เจ้าบ่าว-เตรียมเครื่องขันหมาก

ฝ่ายชายจะจัดสินสอดและทองหมั้นให้ตามที่ฝ่ายหญิงเรียก แต่ส่วนใหญ่การเตรียมทองหมั้นจะเตรียมเป็นทอง 4 อย่างที่เรียกว่า “สี่เอี่ยกิม” ซึ่งประกอบด้วย กำไลทอง ต่างหูทอง สร้อยทอง และเข็มขัดทอง
เครื่องขันหมากอื่นๆ นิยมมีส้มเช้งผลเขียว กล้วยทั้งเครือ ถ้าได้กล้วยที่กำลังออกลูก นับแล้วได้เลขคู่ยิ่งดี อ้อย 1 คู่ยกมาทั้งต้น ทั้งหมดติดอักษร “ซังฮี่” สีแดง แปลว่า ความยินดีของคู่บ่าว-สาว
เครื่องของคาว นิยมจัดเป็นชุดหมูสด ประกอบด้วย หัวหมูพร้อมหาง และเท้าทั้ง 4 ที่ตัดเล็บเรียบร้อยแล้ว ขาหมู และเนื้อหมูส่วนท้อง ทั้งหมดติดอักษร “ซังฮี่”
ขนมหมั้นขนมแต่งงาน เป็นเรื่องที่ฝ่ายหญิงจะต้องเป็นผู้กำหนดจะมี 4 ชนิดหรือ 5 ชนิดก็แล้วแต่ เช่นขนม 4 ชนิดจะประกอบไปด้วย ขนมเหนียวเคลือบงา ขนมเปี๊ยะโรยงา ขนมถั่วตัด ขนมข้าวพองทุบ ถ้า 5 อย่างก็เพิ่มขนมโก๋อ่อนมาอีกอย่างเป็นครบ

ยกขบวนขันหมาก

ถึงวันงาน เจ้าบ่าวในชุดเสื้อคอจีนสีแดงหรือสีทอง ยกขบวนมาบ้านเจ้าสาวเพื่อมอบสินสอดและเครื่องขันหมากที่เตรียมมา ฝ่ายหญิงจะเก็บขนมแต่งงานไว้ครึ่งหนึ่งแล้วมอบให้ญาติ เพื่อบอกเป็นนัยๆว่า “ฉันแต่งงานแล้วนะ” ส่วนอีกครึ่งส่งคืนให้เจ้าบ่าว พร้อมส้มเช้งติดอักษร “ซังฮี่” และต้องให้เอี๊ยมแดงเสียบปิ่นทองไปด้วย (เจ้าบ่าวจะคืนให้ในวันรับตัว เพื่อให้เจ้าสาวปักผมก่อนออกจากบ้าน)
จากนั้นรอฤกษ์เพื่อสวมแหวนหมั้น และเมื่อผู้ใหญ่ให้พรเสร็จ จึงค่อยเลี้ยงอาหารแขกเป็นอันเสร็จพิธี

ลำดับการพิธีแต่งงานตามประเพณีจีน

พิธีรับตัวเจ้าสาว

วันนี้เจ้าสาวต้องแต่งองค์ทรงเครื่องให้สวยที่สุดด้วยกี่เพ้าสีแดง หรือสีทอง แม่เจ้าสาวจะประดับปิ่นทองและใบทับทิมให้ เพราะเชื่อว่าใบทับทิมจะช่วยให้คนรักและเอ็นดู และหมายถึงสาวบริสุทธิ์ได้ด้วย   จากนั้นถึงเวลาไหว้ฟ้าดิน เจ้าที่ และบรรพบุรุษ เสร็จแล้วเป็นการร่วมรับประทานอาหารกับครอบครัวเป็นมื้อสุดท้าย ซึ่งพ่อเจ้าสาวจะเป็นคนคีบอาหารมงคล 10 อย่างให้ลูกสาว พร้อมกล่าวความหมายของอาหารทั้ง 10 ให้ทราบ   เมื่อฝ่ายชายมาถึง ต้องผ่าด่านการกั้นประตูเงินประตูทอง ที่ฝ่ายหญิงกั้นไว้เพื่อเรียกอั่งเปา ก่อนจะเข้าไปมอบช่อดอกไม้ให้เจ้าสาวที่นั่งคอยอยู่
ก่อนออกจากบ้านบ่าว-สาวต้องรับประทานขนมอี๊ (บัวลอยสีชมพู) ด้วยกัน บางบ้านอาจให้ทานอาหารมงคล 10 อย่างอีกครั้ง เสร็จแล้วจึงลาพ่อแม่ไปขึ้นรถแต่งงาน (เป็นรถที่มีเลข 4 ในทะเบียน ไม่ก็ต้องเป็นรถที่มีอะไรเกี่ยวกับเลข 4 อาจเป็น 4 ล้านก็ได้) พ่อเจ้าสาวจะเป็นคนจูงเจ้าสาวไปที่รถ และกล่าวอวยพรพร้อมพรมน้ำด้วยกิ่งทับทิม โดยให้ญาติผู้ชายของฝ่ายหญิง ซึ่งจะเป็นพี่ชายน้องชายหรือญาติก็ได้ เดินถือตะเกียงนำหน้า เพื่อเป็นเคล็ดว่าจะได้มีลูกชายสืบสกุล คนถือตะเกียงอาจนั่งรถนำหน้ารถของบ่าว-สาว หรือนั่งข้างหน้าในรถคันเดียวกันก็ได้

พิธียกน้ำชาคาราวะผู้ใหญ่

เมื่อเจ้าสาวถึงบ้านเจ้าบ่าว ต้องนำตะเกียงไปตั้งไว้ในห้องนอนและจุดไฟให้สว่างไว้ตลอดคืน จากนั้นบ่าว-สาวต้องไหว้ฟ้าดิน ไหว้เจ้าที่และบรรพบุรุษ แบบเดียวกับที่ทำที่บ้านเจ้าสาว เมื่อเสร็จแล้วต้องมายกน้ำชาให้พ่อแม่และญาติผู้ใหญ่ของฝ่ายชายพร้อมกัน
วิธีการยกน้ำชา เริ่มจากการจัดที่นั่งให้ผู้ใหญ่ โดยให้คุณพ่อเจ้าบ่าวนั่งด้านซ้ายของคุณแม่ จากนั้นบ่าว-สาว คลานเข่ายกถาดชาที่มีถ้วยชา 2 ใบรินน้ำชาเตรียมไว้แล้วยกให้คุณพ่อคุณแม่ ท่านจะหยิบถ้วยน้ำชาขึ้นดื่มกัน โดยจะจิบแค่นิดหน่อย ห้ามจิบหมดถ้วย เพราะถือว่าน้ำชาที่เหลือมอบเป็นทุนกลับไปให้บ่าว-สาว (แต่บ่าว-สาวไม่ต้องนำมาดื่ม ส่วนใหญ่นิยมเทกลับไปในกา) จากนั้นจึงยกย้ำชาให้ญาติผู้ใหญ่ท่านอื่นตามลำดับความอาวุโส แต่ทุกครั้งที่ยกน้ำชา ต้องรินชาใส่ถ้วย 2 ใบทุกครั้ง ไม่เว้นแม้แต่ผู้ใหญ่ที่คู่ชีวิตเสียไปแล้ว แต่แทนที่ผู้ใหญ่จะดื่มเองทั้ง 2 ถ้วย ก็ดื่มแค่ถ้วยเดียว ส่วนผู้ใหญ่ที่คู่ชีวิตยังมีชีวิตอยู่แต่มาไม่ได้ ก็ให้ดื่มทั้ง 2 ถ้วย เมื่อผู้ใหญ่ดื่มแล้วจะให้ศีลให้พร และมอบเงินทองให้คู่บ่าว-สาวโดยใส่ไว้ในถาด จากนั้นบ่าว-สาวรับประทานขนมอี๊ร่วมกันเป็นเสร็จพิธี
ลักษณะของกาและถ้วยชาที่เหมาะในพิธียกน้ำชา ต้องเป็นถ้วยชาแบบจีน ไม่ควรใช้ถ้วยชาที่มีหู เพราะเป็นถ้วยชาแบบฝรั่ง และควรมีถาดในการยกน้ำชาด้วยทุกครั้ง ส่วนชาที่ใช้ในพิธีจะเป็นชาจีนหรือชาฝรั่งก็ไม่ผิดธรรมเนียมอย่างใด

เจ้าสาวกลับไปเยี่ยมบ้าน

หลังแต่งงาน 3 วัน ญาติผู้ชายของเจ้าสาวจะมารับเธอและสามีของเธอกลับไปเยี่ยมบ้าน เรียกธรรมเนียมนี้ว่า “ตึ่งฉู่” เจ้าสาวต้องเตรียมถาดผลไม้ติดมือกลับไปเยี่ยมบ้านด้วย เมื่อถึงบ้านต้องทำพิธียกน้ำชาให้พ่อแม่และญาติผู้ใหญ่ของฝ่ายหญิงเป็นการ คาราวะ และหลังจากนั้น จะเป็นการเลี้ยงฉลองเพื่อต้อนรับลูกเขย

ข้อมูลพิธีแต่งงานตามประเพณีจีน: ขอบคุณ คุณจิตรา ก่อนันทเกียรติ


Chormuang Wedding planner